ภารกิจใหม่ ไปรษณีย์ไทย

อีกหน่อยเวลาบุรุษไปรษณีย์มาร้องเรียกหน้าบ้าน อาจจะไม่มีใครออกมาขานรับอีกแล้ว..

เพราะ ด่วนจี๋ ไปรษณีย์จ๋า หาได้มาส่งจดหมายรักหวานแหวว หรือพัสดุของขวัญจากแดนไกลไม่..

แต่คุณพี่ มาทวงหนี้..!!

ก็ไปรษณีย์ไทย เขาจะเป็นธนาคารแล้วนี่นา..

หลายคนที่รู้เรื่องราวของ ไปรษณีย์ญี่ปุ่น ก็คงจะเห็นเป็นเรื่องธรรมดา เพราะที่แดนซากุระเขามี ธนาคารไปรษณีย์ มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แถมยังเป็นธนาคารขนาดใหญ่โตมีปริมาณเงินฝากมากที่สุดในโลก

เนื่องจากคนญี่ปุ่นมีนิสัยรักการออมอย่างยิ่ง และมั่นใจได้ว่าจะไม่ถูกโกง ไม่เจ๊ง เพราะรัฐบาลเป็นเจ้าของ 100% จนเพิ่งมาถูกแปรรูปเมื่อราว 10 ปีก่อน และจะเริ่มทยอยขายหุ้นบางส่วนให้เอกชน

อย่างไรก็ตาม ธนาคารไปรษณีย์ไทย คงไม่ใช่การเดินตามรอย ซามูไรไปรษณีย์ อย่างแน่นอน เพราะจะไม่รับฝากเงิน และตั้งใจจะปล่อยสินเชื่อเฉพาะรายย่อยขนาดเล็กจิ๋วเท่านั้น โดยกำหนดวงเงินกู้เพียงรายละไม่เกิน 10,000 บาท และใช้บุคคลค้ำประกัน ไม่ต้องมีหลักทรัพย์

ดู ๆ ไปหลักการคงคล้ายกับ ธนาคารคนจน หรือ Grameen Bank ของบังคลาเทศ

แต่ดูอีกทีก็หน้าตาไม่ผิดกับ ธนาคารประชาชน ของออมสิน อีกเหมือนกันนี่นา..

อ้าว... แล้วทำไมไม่ทำธนาคารประชาชนต่อล่ะจ๊ะ ชาวบ้านฝากถาม..

หรือกลัวจะถูกหาว่า ลอกของเก่า เขามา.. อิอิ..

หากจะตั้ง ธนาคารไปรษณีย์ เพื่อสนองนโยบายที่ต้องการให้ชาวบ้านยากจนระดับรากหญ้า เข้าถึงแหล่งเงินในระบบได้ง่ายขึ้น.. ไม่เห็นจะต้องไปตั้งธนาคารไปรษณีย์ให้มันยุ่งยาก..

ไม่อยากใช้ธนาคารคนจนของออมสิน ก็ยังมี ธ.ก.ส.ที่ได้แก้กฎหมายสามารถปล่อยเงินกู้นอกภาคเกษตรได้แล้ว แถมยังมีสาขามากมายกระจายอยู่ทั่วประเทศ รู้จักลูกค้าชาวบ้านร้านช่องละเอียดดียิบไม่แพ้บุรุษไปรษณีย์เลยทีเดียว

ธนาคารไปรษณีย์ ที่จะตั้งใหม่ก็ต้องอาศัยบุคลากรของธนาคารออมสินและ ธ.ก.ส.มาช่วยเป็นพี่เลี้ยงอยู่ดี..

หรือจะเป็นเพราะสมัยนี้คนไม่ค่อยส่งจดหมายกันแล้ว จึงต้องหาธุรกิจใหม่ให้บริษัทไปรษณีย์ทำ

ปัญหานี้คงเกิดขึ้นกับกิจการไปรษณีย์เหมือนกันทั่วโลก

แต่ที่อเมริกาตอนนี้ บุรุษไปรษณีย์กำลังมีงานล้นมือเลยทีเดียว เพราะบรรดาเด็ก ๆ ต่างพากันเขียนจดหมายนับพันนับหมื่นฉบับ

จ่าหน้าถึง คุณลุงซานตาคลอส ที่อยู่ ขั้วโลกเหนือ..!

เพื่อขอของขวัญคริสต์มาสที่ตัวเองอยากได้..

ไปรษณีย์สหรัฐฯ ต้องตั้งหน่วยงานพิเศษขึ้นเรียกง่าย ๆ ว่า อาสาสมัครซานต้า โดยมีพนักงานจำนวนหนึ่งทำหน้าที่เปิดจดหมายของเด็ก ๆ ออกอ่าน และคัดเลือกส่งให้คนใจบุญ หรือองค์กรการกุศล ช่วยส่งของขวัญไปให้ตามที่เด็ก ๆ ต้องการ

เด็กบางคนขอเสื้อกันหนาวให้แม่ ขณะที่บางคนอยากได้ที่นอนใหม่นุ่ม ๆ แทนพื้นแข็ง ๆ ที่นอนอยู่..

เรียกว่าน่ารักทั้งคนเขียน และคนส่งจดหมาย รวมทั้งคนใจบุญที่ช่วยส่งของขวัญให้เด็ก ๆ และน่าจะเป็นนำมาปรับใช้กับกิจการไปรษณีย์บ้านเราบ้าง โดยเฉพาะการหากิจกรรมพิเศษทำในเทศกาลต่าง ๆ

ไม่ใช่ทำธุรกิจธนาคารซึ่งไปรษณีย์ไม่มีความชำนาญ และไม่รู้ว่าจะไปรอดหรือเปล่า..?

สรุปแล้วก็ยังไม่รู้ว่า ธนาคารไปรษณีย์ ตั้งขึ้นเพื่ออะไรกันแน่

จะช่วยให้ชาวบ้านเข้าถึงแหล่งเงินได้ง่ายขึ้น ก็ไม่ใช่

จะช่วยกิจการของไปรษณีย์ ก็ไม่เชิง

จะใช้เป็นนโยบายหาเสียง ยิ่งไม่ได้ใหญ่

ใครตอบได้ ช่วยส่งจดหมาย หรือไปรษณียบัตร มาบอกที..

คุณนายทอม (khunnaitom@gmail.com)
ที่มา เดลินิวส์

คลังบทความของบล็อก