ช่องทางทำกิน'สระน้ำน้องหมา'อินเทรนด์...เป็นกำไร

ช่องทางทำกิน'สระน้ำน้องหมา'อินเทรนด์...เป็นกำไร ธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงยังเป็นเทรนด์ที่น่าสนใจเสมอ เพราะปัจจุบันกลุ่มลูกค้าคนรักสัตว์ก็เพิ่มจำนวนมากขึ้น จนทำให้ตลาดของธุรกิจประเภทนี้กว้างขึ้น และนอกจากการผลิตและจำหน่ายสินค้า สำหรับธุรกิจบริการที่เกี่ยวเนื่อง ก็ถือว่าเป็น “ช่องทางทำกิน” ที่น่าสนใจ อย่างเช่น “สระว่ายน้ำสำหรับสุนัข”...

@@@@@

“โชติมา โชติบัณฑิต” เจ้าของธุรกิจให้บริการสระว่ายน้ำสุนัข ในชื่อ I Tube Pool เล่าว่า เดิมทำงานเป็นพนักงานของธนาคารแห่งหนึ่ง ต่อมาเกิดความสนใจในธุรกิจการให้บริการสระว่ายน้ำสุนัข เพราะได้แรงบันดาลใจจากความลำบากที่ต้องเดินทางไกล เพื่อพาสุนัขไปสระว่ายน้ำซึ่งอยู่ค่อนข้างไกลจากที่พักในบริเวณสุขุมวิทมาก ทำให้เสียเวลาการเดินทาง จึงคิดว่าในพื้นที่แถวสุขุมวิทยังไม่มีบริการด้านนี้ ทั้งที่มีกลุ่มผู้เลี้ยงสุนัขและมีความต้องการ บริการนี้อยู่พอสมควร จึงคิดว่าหากใช้พื้นที่บ้านดัดแปลงให้เป็นสระว่ายน้ำ เน้นกลุ่มลูกค้าย่านนี้ที่ส่วนใหญ่พักอาศัยในคอนโดมิเนียมซึ่งไม่ค่อยมีพื้นที่ให้สุนัขออกกำลังกาย ทำให้สุขภาพสุนัขมีปัญหา จึงมองว่าธุรกิจนี้น่าจะแทรกตัวในพื้นที่ดังกล่าวได้

เจ้าของไอเดียบอกว่า นอกจากเป็นสถานที่ออกกำลังกายแล้ว ยังเป็นสถานที่สำหรับทำกายภาพบำบัดด้วย เนื่องจากสุนัขเมื่อมีอายุมากขึ้นมักมีปัญหาบาดเจ็บที่ตะโพก โดยเฉพาะสุนัขพันธุ์ใหญ่และสุนัขที่มีรูปร่างอ้วน ซึ่งปัจจุบันกลุ่มผู้เลี้ยงสุนัขสายพันธุ์นี้มีมากขึ้น ทำให้ความต้องการในบริการนี้มีเพิ่มขึ้น

“ธุรกิจนี้เริ่มต้นจากความลำบาก แต่ที่เลือกทำก็เพราะเรามีความสุขด้วย ในฐานะคนรักสุนัขคนหนึ่ง” เจ้าของธุรกิจกล่าว ก่อนบอกอีกว่า จุดขายของธุรกิจบริการสระว่ายน้ำสุนัขคือเรื่องของ “ความสะดวก”

นอกจากนี้ก็ยังต้องคำนึงถึง “ความสะอาด” และ “ความปลอดภัย” ของสุนัขด้วย สำหรับสระว่ายน้ำที่นี่จะใช้ “ระบบเกลือ” ซึ่งต้องลงทุนสูงกว่าการใช้ “สารคลอรีน” แต่มองในระยะยาวระบบเกลือจะดีกว่า โดยสระที่ใช้เป็นขนาดกว้าง 4 เมตร ยาว 8 เมตร และลึก 1.20 เมตร

“หัวใจสำคัญอยู่ที่ความสะอาด สระว่ายน้ำจำเป็นต้องมีคนคอยดูแลเสมอ เพราะบางฤดูสุนัขจะขนร่วงมาก ก็จำเป็นจะต้องคอยช้อนขนสุนัขออก อีกทั้งเรื่องปริมาณสุนัขในสระก็ต้องควบคุมให้พอดี ไม่ให้มากเกินไป”

ในเรื่องการสร้างความมั่นใจ การสร้างความเชื่อมั่นก็เป็นเรื่องสำคัญของธุรกิจนี้ โชติมาบอกว่า สุนัขทุกตัวเจ้าของจะกังวลเรื่องของความปลอดภัย โดยทางร้านจะมีชูชีพให้ใช้ฟรี นอกจากนี้ยังมีพี่เลี้ยงคอยดูแลความปลอดภัยของสุนัขเวลาที่อยู่ในสระ ส่วนโรคติดต่อจะมีกฎระเบียบในการใช้บริการคือ เจ้าของสุนัขจะต้องมีใบตรวจวัคซีนมาให้ทางร้านดูก่อนที่จะลงสระ โดยทางร้านจะอาบน้ำก่อนและหลังจากลงสระ พร้อมทั้งบริการเป่าแห้งให้เรียบร้อย เพียงแต่เจ้าของต้องเตรียมแชมพูมาเองเพื่อป้องกันปัญหาจากการแพ้แชมพู

ทุนเบื้องต้น ตัดเรื่องค่าเช่าสถานที่ออกก็จะมีแต่ค่าสระและค่าตกแต่งสถานที่ อยู่ที่ประมาณ 5 แสนบาท ทุนหมุนเวียน ส่วนใหญ่เป็นค่าไฟ-ค่าน้ำ ค่าจ้างพนักงาน อยู่ที่ 3 หมื่นบาทต่อเดือน รายได้มาจากค่าบริการและจากการขายอาหารและเครื่องดื่ม โดยรายได้จากค่าบริการสำหรับ สุนัขพันธุ์เล็กอย่าง ชิสุ, ไส้กรอก อยู่ที่ 380 บาทต่อชั่วโมง ส่วนพันธุ์ใหญ่อย่าง ลาบราดอร์, โกลเด้น อยู่ที่ 480 บาทต่อชั่วโมง

เจ้าของธุรกิจนี้แนะนำว่า นอกจากจะต้องใส่ใจเรื่องของสุนัขแล้ว การจัดสถานที่ให้เหมาะสมสำหรับลูกค้าก็เป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ ควรมีสถานที่ให้เจ้าของสุนัขนั่งพักรอ มีบริการอินเทอร์เน็ต และของว่างหรืออาหารไว้บริการให้พร้อม เพราะนอกจากจะเป็นการสร้างความประทับใจและอำนวยความสะดวกแล้ว ก็ยังเป็นรายได้เสริมที่เพิ่มขึ้นมา นอกเหนือจากรายได้จากค่าบริการในส่วนของสุนัขเพียงอย่างเดียว

“การออกแบบสถานที่ ต้องเน้นสะอาด สะดวกสบาย และต้องดูดี เช่นเดียวกับสระว่ายน้ำของคน และควรมีพื้นที่รอบ ๆ ให้สุนัขได้เดินเล่น หรือให้สุนัขได้กระโดดน้ำได้ด้วย” เป็นไอเดียที่เจ้าของธุรกิจแนะนำมา

ทั้งนี้ เจ้าของธุรกิจนี้ยังบอกด้วยว่า การทำอาชีพสระว่ายน้ำสุนัข กำไรอาจจะไม่ได้มากมายเหมือนการค้าขายทั่วไป เนื่องจากราคาให้บริการ ถ้าสูงมากลูกค้าก็จะไม่มา ถ้าถูกเกิน ร้านก็จะไม่ไหว แต่เหมือนเป็นการทำแล้วสบายใจมากกว่า จากการที่ได้เห็นสีหน้าและรอยยิ้มของเจ้าของสุนัข เมื่อได้เห็นสุนัขมีความสุข

@@@@@@

ธุรกิจ “สระว่ายน้ำสุนัข” รายนี้ อยู่ที่เลขที่ 25 ซอยพร้อมมิตร สุขุมวิท 39 กรุงเทพฯ โทร. 0-2258-4736 เว็บไซต์ www.itubepool. com เปิดให้บริการช่วง 09.00-17.00 น. ปิดวันจันทร์ ซึ่งนี่ก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับสัตว์เลี้ยงที่น่าพิจารณา โดยเฉพาะสำหรับคนที่รักสุนัขเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว.


ศิริโรจน์ ศิริแพทย์ : เรื่อง-ภาพ
ที่มา เดลินิวส์

คลังบทความของบล็อก