
ทั้งนี้ กลุ่มผู้ประกอบการที่ได้รับผลดีส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่ทำบ้านแนวราบและคอนโดมิเนียมที่ก่อสร้างแล้วเสร็จภายใน 1-2 ปีที่ผ่านมา แต่ผู้ประกอบการคอนโดมิเนียมที่เปิดให้จองภายในปีนี้อาจจะไม่ได้รับผลดี เนื่องจากการก่อสร้างคอนโด มิเนียมระดับสูงต้องใช้เวลา 2-3 ปีที่อาจจะไม่ทันกับมาตรการที่กำหนดให้จองได้จนถึงสิ้นปีนี้ และต้องโอนบ้านภายในเดือน เม.ย. 55
ขณะเดียวกัน ประเมินว่า มาตรการดังกล่าว ยังทำให้การแข่งขันในตลาดสินเชื่อของไทยรุนแรงมากขึ้น เพราะธนาคารพาณิชย์ ต้องเตรียมออกแคมเปญสินเชื่อบ้านเข้ามาแข่งขันและแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดบ้านในราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ที่เป็นตลาดใหญ่สุดเช่นกัน แต่ไม่สามารถประเมินได้ว่าธนาคารพาณิชย์ จะออกแคมเปญสินเชื่อบ้าน อัตราดอกเบี้ย 0% นาน 1-2 ปีหรือไม่ ส่วนภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วง 1-2 เดือนแรกที่ผ่านมา มียอดการโอนกรรมสิทธิ์รวมประมาณ 20,000 ยูนิตในเขต กทม.และปริมณฑล ติดลบ 30% จากปีก่อน เป็นผลมาจากไม่มีมาตรการมากระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์
นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การออกมาตรการดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นตลาดคอนโดมิเนียมกลับมาเติบโตได้ดีขึ้น และทำให้ให้ผู้ประกอบการมีความมั่นใจที่จะเร่งลงทุนโครงการใหม่ออกมา เพราะส่งผลให้อารมณ์ในการอยากซื้อบ้านของลูกค้ามีมากขึ้น หลังจากปัจจุบันกลุ่มลูกค้าไม่มีอารมณ์ในการซื้อบ้านมากนัก เนื่องจากกังวลต่อราคาน้ำมันและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ทั้งนี้ มั่นใจว่า หลังจากออกมาตรการแล้ว จะทำให้ตลาดรวมคอนโดมิเนียมในปีนี้มียอดการจดทะเบียนรวม 60,000 ยูนิต อยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อน
ส่วนภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา ตลาดมียอดการจดทะเบียนรวม 10,000 ยูนิต อยู่ในระดับที่ติดลบเมื่อเทียบกับปีก่อน เพราะปัญหาราคาบ้านที่สูงขึ้น ทำให้ลูกค้าบางส่วนที่ต้องการซื้อบ้านได้รับผลกระทบ ประกอบกับในปีก่อนมีมาตรการกระตุ้นตลาด โดยประเมินว่า ในเบื้องต้น การไม่คิดค่าธรรมเนียมและค่าจดจำนอง จะทำให้ลูกค้าที่ซื้อบ้านในระดับราคา 1 ล้านบาท ได้รับส่วนลดในระยะเวลา 2 ปี ประมาณ 150,000 บาท แบ่งเป็น อัตราดอกเบี้ยที่ได้ลดปีละประมาณ 60,000 บาท และอีก 30,000 บาท มาจากการลดค่าธรรมเนียมการจดจำนอง และค่าโอน
นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า ธนาคารเตรียมความพร้อมรองรับการแห่ขอกู้เงินของประชาชนในโครงการบ้านธอส.เพื่อที่อยู่อาศัยแห่งแรก ดอกเบี้ย 0% นาน 2 ปี ที่จะเริ่มวันที่ 9 พ.ค.นี้ไว้แล้ว โดยที่สำนักงานใหญ่คาดว่าจะรองรับผู้มาลงทะเบียนกู้ได้มากกว่า 100 คน หากเตรียมเอกสารพร้อมรับบัตรคิว จะใช้เวลาคนละ 10-15 นาทีเท่านั้น และใช้เวลาอนุมัติ 7 วันตามเกณฑ์ คาดว่าจะช่วยให้ประชาชนมีบ้านไม่ต่ำกว่า 20,000 ครอบครัว โดยเชื่อว่าวงเงินดังกล่าวไม่น่าจะหมดลงภายใน 1-2 วันแรก แต่น่าจะใช้เวลานานถึง 1-2 เดือน เพราะได้กำหนดคุณสมบัติกรองไว้ในระดับหนึ่ง ไม่ใช่ว่าจะกู้ได้ทุกราย โดยธนาคารให้เวลายื่นกู้ได้จนถึงสิ้นปีนี้
สำหรับเงื่อนไขหลัก คือ ต้องกู้ซื้อบ้านหลังแรกราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทเท่านั้น แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นบ้านใหม่ เป็นบ้านมือสอง หรือสินทรัพย์รอการขาย (เอ็นพีเอ) จากสถาบันการเงินได้ด้วย กู้ร่วมกับบุคคลที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยแล้วได้ แต่สามีภรรยาไม่สามารถกู้ซื้อบ้านอีกหลัง เพราะถือเป็นบุคคลเดียวกัน ทั้งนี้วงเงิน 25,000 ล้านบาทนั้น จะแบ่งสัดส่วนให้กู้ราคาบ้านต่ำกว่า 1.5 ล้านบาทสัดส่วน 60-70% ที่เหลือราคาสูงกว่านี้ แต่ไม่เกิน 3 ล้านบาท.
ที่มา เดลินิวส์