ความ(ไม่)รู้เรื่องเศรษฐกิจ

ผมก็ไม่รู้ว่าตอนนี้เมืองไทยแลนด์ที่รักของผมและของคุณมีเศรษฐกิจดีหรือไม่

รู้อย่างเดียวว่า อาหารการกินแพงกว่าปีที่แล้ว

ของกินที่ผมชอบ เพิ่มราคาทั้งนั้น เช่น ข้าวมันไก่ ข้าวขาหมู แม้ข้าวแกงก็แพงขึ้น

เหตุที่ของกินราคาแพง ผู้รู้คนหนึ่งบอกผมว่า

เกิดจากเศรษฐกิจของโลก แปลว่า แพงไปทั้งโลก ไม่ได้แพงเฉพาะเมืองไทย สาเหตุใหญ่มาจากน้ำมันแพง ของกินก็ต้องแพงตาม

บางคนก็ว่าเหตุที่ค่าครองชีพของคนไทยสูงขึ้นก็เพราะเศรษฐกิจดีขึ้น ก็เหมือนกับสิงคโปร์ รัสเซีย และอีกหลายประเทศ

ประเทศใดก็ตาม ถ้าค่าครองชีพสูง ประเทศนั้นเศรษฐกิจดี เขาว่าอย่างนั้น

หลายคนด่ารัฐบาลว่า บริหารประเทศอย่างไร ทำให้ของกินแพง

แต่บางคน โดยเฉพาะเจ้าของสวนยางพารากลับพอใจที่ยางพาราราคาสูงกว่าทุกสมัยที่ผ่านมาทำให้มีเงินซื้อของแพงกิน

ทั้งราคาอาหาร และราคายางพารา อยู่เหนือการควบคุมของรัฐบาล แปลว่า ของสองอย่างที่ว่านี้จะแพงหรือถูก ไม่ได้เกิดจากฝีมือของรัฐบาล มันเป็นของมันเองโดยอัตโนมัติ

ถูกแล้ว ผู้ใดมาเป็นรัฐบาลในช่วงนี้จะต้องพบกับอาหารแพง และยางพาราราคาสูงทั้งนั้น

ถ้ามองภาพรวมทั้งหมด แล้วไปถามฝ่ายรัฐบาลว่าปัจจุบันนี้ เศรษฐกิจของไทยดีหรือไม่

“ดีมาก ๆ” ฝ่ายรัฐบาลจะต้องตอบอย่างนี้

หากไปถามฝ่ายค้านก็ต้องได้รับคำตอบตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง

จึงเชื่อไม่ได้ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน หรือเชื่อตัวเองก็ไม่ได้ เพราะไม่มีความรู้

สำหรับผม ผมจะวัดว่าเมืองไทยเศรษฐกิจดีหรือไม่แบบมวยวัด คือ จากการสังเกต

วิธีสังเกตแบบของผม ทำได้ง่ายนิดเดียว เช่น เวลานั่งรถขึ้นทางด่วน ผมจะมองป้ายโฆษณาและตึกสูง

สมัยที่เมืองไทยยุคฟองสบู่แตก

สังเกตเห็นได้ชัดเลยว่ามีตึกร้าง และตึกที่ก่อสร้างคั่งค้างอยู่เป็นจำนวนมาก แม้ตึกที่สร้างเสร็จแล้ว บางชั้นก็ปิดไฟมืด เพราะไม่มีคนอยู่

ป้ายโฆษณาริมทางด่วนก็มีแต่โครงเหล็กขึ้นสนิม

ทว่าในปัจจุบัน ตึกร้าง ตึกที่ก่อสร้างค้างอยู่แทบไม่มีเลย มีแต่ตึกสูงที่ก่อสร้างขึ้นมาใหม่มากเหลือเกิน โดยเฉพาะริมถนนคู่ขนานไปกับรถไฟฟ้า

โครงเหล็กที่ติดตั้งป้ายโฆษณาก็ปิดป้ายโฆษณาเต็มทุกป้าย แทบไม่มีโครงเหล็กว่างให้เห็น

บนถนนของกรุงเทพฯ ผมจะพบเห็นรถเก๋งป้ายแดงมากเหลือเกิน โดยเฉพาะรถขนาดเล็ก

บังเอิญว่า งานมอเตอร์โชว์เพิ่งจัดผ่านไปเมื่อไม่กี่วันมานี้ เจ้าของงานคือคุณปราจิน เอี่ยมลำเนาให้ข่าวสื่อมวลชน สรุปได้ว่า

ปีนี้มีคนสั่งซื้อรถมากกว่าปีที่แล้ว และมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา

คนสั่งซื้อรถมีถึงสามหมื่นกว่าคัน คิดเป็นเงินห้าหมื่นกว่าล้านบาท

มิน่ารถป้ายแดงจึงแล่นเพ่นพ่านทั่วกรุง

รถเก๋ง รถปิกอัพ ในเมืองไทยขายดี โดยเฉพาะภาคใต้ของไทยขายรถปิกอัพได้มากคันติดอันดับโลก เพราะราคายางพาราเป็นต้นเหตุ

ถ้าอุทกภัยไม่มาทำให้หยุดชะงัก เศรษฐกิจของคนภาคใต้คงไปได้ดีกว่านี้

ที่ศูนย์การค้าที่ผมไปซื้อของและนั่งจิบกาแฟเขียนหนังสือเป็นประจำนั้น

มีผู้คนมาจับจ่ายซื้อของมากเหลือเกินโดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์

เมื่อสามปีที่แล้ว ศูนย์การค้าแห่งนี้มีขนาดไม่ค่อยใหญ่โตอะไรมากนัก ปัจจุบันได้ขยายเนื้อที่กว้างขึ้น ทั้งขายของ ขายอาหาร แล้วยังเพิ่มโรงภาพยนตร์เข้าไปอีก

ที่ถนนหน้าหมู่บ้านของผมซึ่งถือเป็นย่านบันเทิงแห่งหนึ่งของจังหวัดสมุทรปราการ ปัจจุบันมีแหล่งบันเทิงประเภทคาราโอเกะ โรงนวด ร้านอาหารเพิ่มขึ้นเหมือนดอกเห็ด

เนื่องจากระยะนี้เป็นหน้าร้อน สถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลจึงคึกคักทั่วภาคใต้

นักท่องเที่ยวมีทั้งคนไทย คนเทศ ที่สนามบิน พบว่ามีคนไทยพากันไปเที่ยวต่างประเทศมากเหลือเกิน

ขณะเดียวกัน คนต่างประเทศก็มาเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น สังเกตจากงานสงกรานต์ปีนี้ มีฝรั่งปะปนอยู่กับคนไทยเล่นน้ำสงกรานต์มากเป็นพิเศษ

เมื่อพูดถึงงานสงกรานต์ที่เพิ่งผ่านมานี้ นับได้ว่าคึกคักและครึกครื้นกว่าทุก ๆ ปีที่ผ่านมา

ผู้คนพากันออกมาเล่นน้ำสงกรานต์กันเต็มถนน เต็มวัด ทั่วประเทศ

เป็นการฉลองสงกรานต์ที่มีใบหน้าบอกให้รู้ว่ามีความสุข

ถ้ามองงานสงกรานต์รู้ได้ทันทีว่าความสุขกำลังกลับมาสู่เมืองไทยอีกครั้งหนึ่งแล้ว

ข้อสังเกตของผมดังกล่าวข้างต้น จึงน่าจะยืนยันได้ว่า เมืองไทยเศรษฐกิจกำลังดีวันดีคืน นี่ขนาดบ้านเมืองไม่ปกติ ไม่งั้นเศรษฐกิจคงจะดีกว่านี้

อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เมืองไทยจะมีการเลือกตั้งอีกครั้ง ซึ่งผมเชื่อว่าฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้านจะต้องต่อสู้กันมันหยด เพราะฝ่ายรัฐบาลต้องพยายามทุกวิถีทางเพื่อกลับมาเป็นรัฐบาลให้ได้อีกหน

ส่วนฝ่ายค้านจะต้องทำอย่างไรก็ได้เพื่อต้องการพา พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร กลับเมืองไทยโดยไม่ต้องติดคุก

ช่วงระยะหาเสียงการเงินต้องสะพัดมากขึ้น ก็จะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นอีก จากการทุ่มเงินของนักการเมืองนั่นเอง.


ไมตรี ลิมปิชาติ
ที่มา เดลินิวส์

คลังบทความของบล็อก